หน้าหลักห้องข่าวข้อมูลองค์กรข้อมูลสำหรับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นขอข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อบริษัท
Eternal Energy

  หน้าหลัก > ประวัติความเป็นมาและ ลักษณะการดำเนินธุรกิจ
สาส์นจากประธานฯ
ประวัติความเป็นมาและ
ลักษณะการดำเนินธุรกิจ
วิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์
คณะกรรมการ และคณะผู้บริหาร
กฎบัตรคณะกรรมการ
โครงสร้างองค์กร
โครงการ CSR
   
 

 รายงานประจำปี 2558.pdf
 Annual Report EE 2015.pdf
 รายงานประจำปี 2557.pdf
 รายงานประจำปี 2556.pdf
 รายงานประจำปี 2555.pdf
 รายงานประจำปี 2554.pdf
 Annual Report EE 2010.pdf
 รายงานประจำปี 2553.pdf
 Annule Report EE 2009.pdf
 รายงานประจำปี 2552.pdf

Email: 



นโยบายและภาพรวมการประกอบธุรกิจ

    บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อบริษัท ซีฮอร์ส จำกัด จัดตั้งขึ้นในปี 2530 ด้วยทุน จดทะเบียนเริ่มแรก 30 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อการประกอบธุรกิจส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งและอาหารทะเลกระป๋องไปยังต่างประเทศ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2536 ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนและได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัท ซีฮอร์ส จำกัด (มหาชน) ทุนจดทะเบียน 180 ล้านบาท และในเดือนกันยายน 2549 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 2,780 ล้านบาท เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เข้าถือหุ้นในสัดส่วนรวม ร้อยละ 93.52 มีความประสงค์จะขยายธุรกิจไปในด้านพลังงานเอทานอล โดยยุติการดำเนินธุรกิจอาหารทะเลตั้งแต่ วันที่ 6 ตุลาคม 2552 ธุรกิจของบริษัทจึงคงเหลือแต่ธุรกิจด้านพลังงานทดแทน

    บริษัทได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2552 ให้ก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลจากวัตถุดิบมันสำปะหลังเส้น และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) พร้อมกับได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากจังหวัดสงขลาไปตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2552 และในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 บริษัทได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้ว่าจ้าง บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลกำลังการผลิต 650,000 ลิตร/วัน เพื่อเป็นเชื้อเพลิงนำมาผสมกับน้ำมันเบนซินเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์สำหรับรถยนต์ ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมในด้านการลงทุนผลิตเอทานอลมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

    ในวันที่ 1 มกราคม 2556 รัฐบาลได้ยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 91 ประกอบกับผู้ผลิตรถยนต์มีการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ออกสู่ตลาดมากขึ้น มีผลให้ยอดการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ใน ปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 2.60 ล้านลิตร/วัน จาก 1.40 ล้านลิตร/วัน ในปี 2555 แต่ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้นด้วย ในปี 2557 ตั้งแต่เดือนกันยายนปริมาณการใช้แก๊สโซฮอล์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.40 ล้านลิตรต่อวัน จาก 2.60 ล้านลิตรต่อวันในปี 2556 แต่เนื่องจากได้เกิดภาวะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีราคาลดลงอย่างต่อเนื่องจากราคา 110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็น 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในสิ้นปี 2558 ราคาเนื้อน้ำมันดิบที่นำมาผสมกับเอทานอลมีราคาต่ำกว่าราคาเอทานอลมีผลให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องขายเอทานอลแก่บริษัทน้ำมันในราคาที่ต่ำกว่าราคาอ้างอิงของกระทรวงพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านวัตถุดิบมันสำปะหลังที่มีราคาสูงขึ้นและหาได้ยากขึ้นเนื่องจากสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้โดยไม่จำกัด รวมทั้งนโยบายปฏิรูปด้านพลังงานทดแทนจากรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นจึงยังไม่มีการก่อสร้างโรงงานเอทานอลจนกระทั่งปัจจุบัน ขณะเดียวกันบริษัทก็ยังคงมองหาลู่ทางการลงทุนในพลังงานสะอาดด้านอื่นๆ

    ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 บริษัทได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสเอสยูที จำกัด ซึ่งทำธุรกิจผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากก๊าซธรรมชาติ ในสัดส่วนร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว กำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุดรวมประมาณ 240 เมกกะวัตต์ และไอน้ำกำลังผลิตรวมประมาณ 60 ตันต่อชั่วโมง คาดว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2559

ในปี 2558 บริษัทได้ติดตามการพัฒนาโครงการไฟฟ้าของบริษัท เอสเอสยูที จำกัด มาโดยตลอด

นโยบายในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท

    คณะกรรมการบริษัท มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทโดยมี วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และกลยุทธ์ ดังนี้

วิสัยทัศน์ จะเป็นบริษัทผลิตพลังงานสะอาดชั้นนำ
พันธกิจ

ต่อประเทศ
ดำรงการผลิตพลังงานสะอาดที่มีคุณภาพ นำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ประยุกต์อย่างเหมาะสมเพื่อพัฒนาพลังงานสะอาด และ เศรษฐกิจให้เข้มแข็งเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
ต่อสังคม และชุมชน เป็นบริษัทที่ดีของสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาพลังงานสะอาดเพื่อพัฒนาคุณภาพ ชีวิตที่ดีของประชาชน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ต่อผู้ถือหุ้น ยึดหลักการบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาล มีคุณธรรม มีจริยธรรมในการบริหารงาน พร้อมกับการสร้างผลกำไรให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนมั่นคง
ต่อลูกค้า สร้างความพอใจต่อลูกค้าทุกกลุ่ม โดยคำนึงถึงคุณภาพของสินค้าและบริการ
ต่อคู่ค้า มุ่งสร้างความร่วมมือ ความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ
ต่อพนักงาน พัฒนาพนักงานให้มีความสามารถ และมีคุณธรรม
ต่อเกษตรกร ส่งเสริมความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และถ่ายทอดไปสู่เกษตรกร เพื่อยกระดับผลผลิต

กลยุทธ์
  • พัฒนาธุรกิจการผลิตเอทานอลจากผลิตผลทางการเกษตรเพื่อตอบสนองนโยบายด้านพลังงานของประเทศโดยมุ่งเน้นการสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุน ความมั่นคงในการจัดหาวัตถุดิบและสร้างผลตอบแทนในสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนแก่องค์กร
  • แสวงหาและบุกเบิกการลงทุนในธุรกิจพลังงานชีวภาพและพลังงานสะอาดอื่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ

    ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติให้บริษัทลงทุนในโรงงานเอทานอล กำลังการผลิตประมาณ 0.65 ล้านลิตรต่อปี ด้วยงบประมาณการลงทุนประมาณ 5,950 ล้านบาท โดยบริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับธุรกิจเอทานอลเช่น การจัดหาแหล่งวัตถุดิบให้เพียงพอต่อการผลิต การเตรียมการก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลโดยใช้วัตถุดิบจากมันสำปะหลังเส้น การติดต่อบริษัทน้ำมันผู้รับซื้อและการส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงการได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีนโยบายปฏิรูปด้านพลังงานทดแทนที่ชัดเจนจากรัฐบาล จำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายที่รองรับการผลิตและจำหน่ายเอทานอลที่ชัดเจน บริษัทจึงยังมีความเสี่ยงที่จะดำเนินธุรกิจเอทานอลหากลงทุนไปอาจจะทำให้มีผลเสียต่อผู้ถือหุ้นได้ คณะกรรมการบริษัทจึงมีความเห็นว่า บริษัทควรชะลอการลงทุนในโครงการ เอทานอลออกไปก่อนโดยบริษัทยังคงติดตามนโยบายและแผนงานของภาครัฐในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน หากภาวะอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอลเอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ บริษัทจะนำโครงการเอทานอลมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

    ในปี 2557 ต่อเนื่องจนปลายปี 2558 ได้เกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงอย่างต่อเนื่องจนราคาเนื้อน้ำมันต่ำกว่าราคาเอทานอลที่ผลิตได้ บริษัทจึงต้องชะลอโครงการผลิตเอทานอลต่อไป ในขณะเดียวกันบริษัทได้แสวงหาศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในโครงการพลังงานอื่นๆ มาโดยตลอด และในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าทำรายการซื้อเงินลงทุนในบริษัท เอสเอสยูที จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วของ เอสเอสยูที มีมูลค่าไม่เกิน 1,562.04 ล้านบาท ทั้งนี้เอสเอสยูที ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดเล็กและไอน้ำในโครงการโรงไฟฟ้าบางปูโคเจนเนอเรชั่น บล็อก 1 และ บล็อก 2 กำลังการผลิตไฟฟ้าสูงสุดรวมประมาณ 240 เมกกะวัตต์ และไอน้ำกำลังการผลิตรวมประมาณ 60 ตันต่อชั่วโมง ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2559 ดังนั้นภายหลังจากที่โรงไฟฟ้าเอสเอสยูที เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว บริษัทจะมีรายได้หลักจากเงินปันผลที่ได้รับจากการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจพลังงานตามแผนการดำเนินงานที่มุ่งให้เป็นธุรกิจหลัก

    ในปี 2558 บริษัทได้ชำระค่าหุ้นเอสเอสยูทีเพิ่มเติมตามข้อตกลงของการซื้อขาย

โครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มบริษัท

    (1) บริษัทมีนโยบายแบ่งการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่ม ดังนี้

บริษัท ประเภทธุรกิจ ทุนจดทะเบียน สัดส่วนการถือหุ้น
(ร้อยละ)
1. บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) ผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง 2,780 ล้านบาท
(ชำระเต็มมูลค่า)
100
2. บริษัท บุญเอนก จำกัด (บริษัทย่อย) ธุรกิจเกษตรกรรม ปลูกมันสำปะหลังและพืชพลังงานอื่นๆ 540 ล้านบาท
(ชำระเต็มมูลค่า)
100
3. บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี แอนด์ อีเลคทริซิตี (บริษัทย่อย) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากการผลิตเอทานอล 15 ล้านบาท
(ชำระแล้ว 3.75 ล้านบาท)
100
4. บริษัท เจริญพรพลังงาน จำกัด (บริษัทย่อยทางอ้อม) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ และ ธุรกิจเกษตรกรรม ปลูกมันสำปะหลังและพืชพลังงานอื่นๆ 380 ล้านบาท
(ชำระเต็มมูลค่า)
บจก.บุญเอนก ถือหุ้นร้อยละ 100
5. บริษัท เอสเอสยูที จำกัด (บริษัทร่วม) ผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ 2,919 ล้านบาท (ชำระแล้ว 1,153.55 ล้านบาท) บริษัทถือหุ้นร้อยละ 25 ณ วันที่ 31 ธ.ค. 58

การดำเนินงานของกลุ่มบริษัท มีดังนี้

1) บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน)

    ตามที่บริษัทได้รับอนุมัติการลงทุนจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 ให้ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล ซึ่งบริษัทได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างและซื้อเครื่องจักรสำหรับการผลิตเอทานอลแบบ Turnkey (EPC Contract) กับผู้รับจ้างในประเทศจีนรายหนึ่ง โดยได้มีการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างเตรียมระบบน้ำใช้สำหรับโรงงาน จัดหาแหล่งวัตถุดิบให้เพียงพอต่อการผลิต ดำเนินการขอรับบัตรส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จัดหาแหล่งเงินทุน และดำเนินการต่างๆ ตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อการก่อสร้างโรงงานเอทานอลอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากบริษัทได้เล็งเห็นถึงภาวะการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมผลิตเอทานอลที่ยังมีความไม่แน่นอน บริษัทจึงได้ชะลอโครงการผลิตเอทานอลออกไปก่อนจนกว่าจะมีความแน่ใจ โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับปรุงกฎระเบียบและกฎหมายต่างๆ จึงจะเริ่มดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อผู้ลงทุน สำหรับการขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุนนั้นบริษัทได้รับการอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการนำเข้าเครื่องจักรและขยายเวลาเปิดดำเนินการไปจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2559 และบริษัทอยู่ในระหว่างการขอขยายเวลาไปอีก 1 ปี

สถานการณ์ของเอทานอลในระหว่างปี 2554-2558 มีดังนี้

    ในปี 2555 ประเทศไทยยังมีการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 91 ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ยังไม่มากเท่าที่ควร ความต้องการใช้คือ 1.40 ล้านลิตรต่อวัน แต่กำลังการผลิตขณะนั้นคือ 1.80 ล้านลิตร/วัน เป็นผลให้การนำเอทานอลมาผสมกับน้ำมันเบนซินเพื่อทำน้ำมันแก๊สโซฮอล์ยังจำหน่ายได้น้อยจึงเกิดภาวะเอทานอลล้นตลาด แม้ว่าจะมีการส่งออกไปต่างประเทศด้วยก็ตาม

    ในปี 2556 ตั้งแต่เดือนมกราคม รัฐบาลได้มีประกาศยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 91 ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้เพิ่มมากขึ้นเป็น 2.60 ล้านลิตรต่อวัน ประกอบกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ ได้ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ทุกชนิดโดยเฉพาะ E 20 และ E 85 ออกสู่ตลาดมากขึ้น แต่ต้นทุนการผลิตเอทานอลก็สูงขึ้นจากปี 2555 ด้วย

    ในปี 2557 ตั้งแต่เดือนกันยายน ปริมาณการใช้ในประเทศได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.40 ล้านลิตรต่อวัน แต่ได้เกิดเหตุการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนกล่าวคือราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ลดต่ำลงมาโดยตลอดจาก 110 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเมื่อกลางปี 2557 เป็น 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปลายปี 2558 สาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจของโลกยังคงชะลอตัวมีผลให้ความต้องการใช้น้ำมันของโลกลดลง ปริมาณสต็อคน้ำมันคงเหลือมากทำให้ราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่องและราคาปลีกน้ำมันเบนซินในประเทศได้ลดลงโดยตลอดเช่นกันจนราคาเนื้อน้ำมันมีราคาต่ำกว่า เอทานอล จึงมีผลต่อราคาเอทานอลที่ผู้ผลิตขายให้บริษัทน้ำมันได้ในราคาต่ำกว่าราคาประกาศอ้างอิงของกระทรวงพลังงาน

    ในด้านวัตถุดิบมันสำปะหลังนั้น สามารถส่งออกได้ไม่จำกัด และเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศมาก เช่น ประเทศจีน เนื่องจากประเทศจีนได้มีการส่งเสริมให้ผลิตเอทานอลในประเทศเพิ่มขึ้นโดยใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบด้วย ซึ่งมีผลต่อการหาวัตถุดิบได้ยากขึ้นและราคาอาจจะสูงขึ้น

    ในเดือนธันวาคม 2557 บริษัทได้ลงทุนซื้อหุ้นสามัญโรงไฟฟ้าเอสเอสยูทีในสัดส่วนร้อยละ 25 และจะซื้อหุ้นเพิ่มอีกร้อยละ 15 ภายในปี 2559

2) บริษัท บุญเอนก จำกัด

    บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละร้อย ประกอบธุรกิจปลูกมันสำปะหลัง มีการดำเนินการเป็นสองรูปแบบคือ บริษัทลงทุนปลูกเองในที่ดินของบริษัท และ โครงการร่วมมือกับเกษตรกรในพื้นที่ให้ทำการปลูกในพื้นที่ของบริษัทย่อยและแบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2553 โดยฤดูการผลิตปี 2557 ซึ่งเก็บผลผลิตในปี 2558 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 66 ราย พื้นที่เพาะปลูก 731 ไร่ ทั้งนี้ เกษตรกรเป็นผู้ดำเนินการปลูกเองโดยบริษัทแม่ทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิต เช่น การปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ การพัฒนากระบวนการผลิตให้การดูแล ให้ความรู้ คำแนะนำ และประสานงาน ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของโครงการเพื่อให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีการปลูกที่เหมาะสมและถูกหลักวิชาการ อันจะมีผลต่อประสิทธิภาพในการผลิต คือการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ต้นทุนต่ำลง และมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าที่เคยได้รับ และบริษัทย่อยเองก็มีรายได้จากการขายมันสำปะหลังสดที่ปลูกเองและจากส่วนแบ่งของเกษตรกรตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน

3) บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี แอนด์ อีเลคทริซิตี จำกัด

    บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละร้อย ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากผลพลอยได้ทางการเกษตรและจากการผลิตเอทานอล ยังไม่เริ่มดำเนินกิจการเนื่องจากจะดำเนินการได้ต่อเมื่อโรงงานผลิตเอทานอลเริ่มผลิต

4) บริษัท เจริญพรพลังงาน จำกัด

    บริษัทย่อยทางอ้อมซึ่งบริษัทบุญเอนก จำกัดถือหุ้นร้อยละร้อย ประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์และปลูกมันสำปะหลัง ได้ให้บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) เช่าที่ดินสำหรับการก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล และให้บริษัท บุญเอนก จำกัด เช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตรปลูกมันสำปะหลังสำหรับเป็นแหล่งวัตถุดิบ และเมื่อ วันที่ 25 กันยายน 2558 บริษัทได้จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ เพื่อประกอบธุรกิจปลูกมันสำปะหลัง โดยดำเนินการในรูปแบบโครงการร่วมมือกับเกษตรกรให้ทำการปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ของบริษัทและแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันเช่นเดียวกับบริษัท บุญเอนก จำกัด ซึ่งได้เริ่มโครงการในเดือนตุลาคม 2558 และเก็บเกี่ยวผลผลิตในปี 2559 มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 512 ราย พื้นที่เพาะปลูก 2,185 ไร่

5) บริษัท เอสเอสยูที จำกัด

    บริษัท เอสเอสยูที จำกัด เป็นบริษัทร่วมที่บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียนของเอสเอสยูที ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 และบริษัทจะชำระเงินค่าหุ้นอีกร้อยละ 15 ในวันที่ 30 มิถุนายน 2559 รวมเป็นร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียน เอสเอสยูทีประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกันเป็นระบบ Cogeneration โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ กำลังการผลิตรวม 240 เมกกะวัตต์ แบ่งเป็นบล็อค 1 และบล็อค 2 มูลค่าลงทุนประมาณ 11,700 ล้านบาทในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ทั้ง 2 บล็อคภายในปี 2559

     (2) โครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มบริษัท มีดังนี้

รายชื่อกลุ่มผู้ถือหุ้นของเอสเอสยูที ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2558 มีดังนี้

รายชื่อผู้ถือหุ้น สัดส่วนการถือหุ้น (ร้อยละ) จำนวนหุ้น

1) บริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) 25 7,297,500
2) บริษัท คอม-ลิงค์ จำกัด 15 4,378,500
3) บริษัท แทค เอ็นเนอยี่ จำกัด 40 11,676,000
4) บริษัท ทัศน์ศิริ จำกัด 20 5,838,000

รวม 100 29,190,000

รายชื่อคณะกรรมการบริษัท เอสเอสยูที จำกัด ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีดังนี้

  1. นายศิริธัช โรจนพฤกษ์ ประธานกรรมการ
  2. นายสุทัศน์ ชวพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร
  3. นางสาวฐิติพร โรจนพฤกษ์ กรรมการ
  4. นายณรงค์ แย้มประเสริฐ กรรมการ
  5. นายโคอิชิ อัทซึตะ กรรมการ
  6. นายทากายูกิ ฮาร่า กรรมการ
  7. ศ.(พิเศษ) ดร.สาคร สุขศรีวงศ์ กรรมการ
  8. นายวรเจตน์ อินทามระ กรรมการ

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 กลุ่มนาย ศิริธัช โรจนพฤกษ์ ประธานกรรมการบริหาร เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) และในบริษัท คอม-ลิงค์ จำกัด สัดส่วนร้อยละ 15.42 และร้อยละ 19.49 ตามลำดับ และถือหุ้นร้อยละ 10 ในบริษัท ทัศน์ศิริ จำกัด

ความสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจของผู้ถือหุ้นใหญ่

    ผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัท อีเทอเนิล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) คือ บริษัท คอม-ลิงค์ จำกัด สัดส่วนการ ถือหุ้นร้อยละ 22.88 ทั้งนี้กลุ่มบริษัทมิได้มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอื่นของบริษัท คอม-ลิงค์ จำกัด แต่อย่างใด

ลักษณะการประกอบธุรกิจ

โครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัท

    ในปี 2557 รายได้ของบริษัทก่อนการดำเนินการธุรกิจเอทานอลส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยรับเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 68.15 ของรายได้รวม เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้นำเงินทุนไปลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอล ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2557 บริษัทได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสเอสยูที จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 40 ของทุนจดทะเบียน และบริษัทได้ชำระค่าหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 เป็นเงิน 374.90 ล้านบาท พร้อมกันนั้นได้เตรียมเงินทุนสำหรับการชำระค่าหุ้นที่ยังชำระไม่เต็มมูลค่าหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 เป็นเงิน 522.86 ล้านบาท รวมเงินทั้งสิ้น 897.77 ล้านบาท การนำเงินไปลงทุนดังกล่าวส่งผลต่อรายได้ดอกเบี้ยรับในปี 2558 ดังนั้นในปี 2558 บริษัทจึงมีรายได้มาจากดอกเบี้ยรับของเงินฝากเป็นสัดส่วนร้อยละ 53.46 และมาจากรายได้จากการจำหน่ายพืชผลการเกษตรเป็นสัดส่วนร้อยละ 42.23 ของรายได้รวม

ลักษณะผลิตภัณฑ์

    - อุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าและไอน้ำ ธุรกิจผลิตไฟฟ้าเป็นอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศเนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการดำรงชีวิตของคนในสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในปัจจุบันมีประชากรเพิ่มมากขึ้นประกอบกับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ได้มีการบริโภคไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลกระทบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศได้ รัฐบาลจึงมีนโยบายให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการส่วนของระบบผลิตไฟฟ้าผ่านผู้ผลิตไฟฟ้า เพื่อดำเนินการผลิตไฟฟ้าให้แก่กฟผ.โดยตรงและบริษัท เอสเอสยูที จำกัด เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (Small Power Producer : SPP) ที่ผลิตไฟฟ้าและความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงโคเจนเนอเรชั่น (Cogeneration) คือ ผลิตทั้งไฟฟ้าและความร้อนที่มีประโยชน์ไปพร้อมกัน เป็นการนำความร้อนที่เสียเปล่ามาใช้ประโยชน์ทำให้สามารถช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้จำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ากับผลิตความร้อนอุตสาหกรรมแยกกัน ทั้งนี้กระทรวงพลังงานได้ให้ความสำคัญกับการผลิตแบบโคเจนเนอเรชั่นมากกว่าโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหรือโรงไฟฟ้าถ่านหิน

    - เอทานอล เอทานอลเป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่เกิดจากการหมักพืชเพื่อเปลี่ยนแป้งจากพืชเป็นน้ำตาลแล้วเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์และเมื่อทำให้เป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 95% และ/หรือ 99.5% โดยการกลั่นจะได้เอทานอล บริษัทจะใช้วัตถุดิบมันเส้นเพื่อผลิตเอทานอลสำหรับนำไปผสมกับน้ำมันเบนซินเพื่อเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ บริษัทได้พิจารณาถึงภาวะการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตแล้วเห็นว่าภาวะการณ์อุตสาหกรรมเอทานอลยังไม่เหมาะสมต่อการลงทุน คณะกรรมการบริษัทจึงได้ชะลอโครงการมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปี 2558 บริษัทได้มีหนังสือขอขยายเวลาต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและได้รับอนุมัติให้ขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรออกไปถึงวันที่ 16 มีนาคม 2559 และขยายเวลาเปิดดำเนินการครบตามโครงการออกไปจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2559 และยังสามารถขอขยายเวลาดังกล่าวออกไปได้อีกครั้งละ 1 ปี ขณะนี้ได้ขอขยายเวลาเปิดดำเนินการออกไปอีก 1 ปี

ข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจ

- ไม่มี -

การตลาดและการแข่งขัน

ธุรกิจไฟฟ้าและไอน้ำ

    บริษัท เอสเอสยูที จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมมีแผนการจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำดังนี้

    เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 บริษัท เอสเอสยูที จำกัด ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในโครงการ บล็อค 1 และโครงการบล็อค 2 ระยะเวลา 25 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มต้นเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวม 180 เมกกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าบล็อค 1 กำหนดวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าในวันที่ 1 เมษายน 2559 และโรงไฟฟ้าบล็อค 2 ในวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ราคาตามสัญญาต่อเมกะวัตต์จะถูกกำหนดให้สอดคล้องกับรูปแบบการกำหนดราคาของ กฟผ. สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ชำระค่าตอบแทนในรูปของค่าพลังไฟฟ้า (Capacity payment) และค่าการประหยัดการใช้เชื้อเพลิง (Fuel saving) ตามการคำนวณที่ระบุในสัญญา ส่วนกระแสไฟฟ้าที่เหลือและไอน้ำจะจำหน่ายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม บางปูภายหลังจากโรงไฟฟ้าดำเนินการเต็มรูปแบบแล้ว สัดส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. และการจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมจะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 75 : ร้อยละ 25

    ภาวะการแข่งขันปัจจุบันในนิคมอุตสาหกรรมบางปูมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการอยู่ 1 แห่ง กำลังผลิตติดตั้ง 120 เมกกะวัตต์ ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ.ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2542 อายุสัญญา 21 ปี จะหมดสัญญาในปี 2563 โรงไฟฟ้าแห่งนี้ดำเนินการผลิตมาแล้วกว่า 16 ปี ความมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าและคุณภาพของแรงดันไอน้ำอาจจะลดลง อาจจะต้องมีต้นทุนในการปรับปรุงซ่อมบำรุงเครื่องจักร หากเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าเอสเอสยูทีแล้ว โรงไฟฟ้าเอสเอสยูทีซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการจะมีความมั่นคงและเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้า มีคุณภาพและแรงดันผลิตไฟฟ้ามากกว่าโรงไฟฟ้าที่ดำเนินงานมานาน เอสเอสยูทีตั้งราคาขายไฟฟ้าที่ขายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมโดยมีการให้ส่วนลดจากราคาที่ลูกค้าซื้อจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จึงทำให้โรงไฟฟ้าเอสเอสยูทีมีประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันในนิคมอุตสาหกรรมบางปูได้

ธุรกิจเอทานอล

    บริษัทจะมีการปรับปรุงแผนการจำหน่ายเอทานอลในอนาคตเนื่องจากปัจจุบันบริษัทยังชะลอโครงการผลิต

การจัดหาผลิตภัณฑ์

การจัดหาวัตถุดิบ – โรงไฟฟ้า

    โครงการโรงไฟฟ้าเอสเอสยูทีใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ การผลิตเป็นระบบ Cogeneration คือ ระบบการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำร่วมกัน ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถตอบสนองความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมหลายประเภทที่ต้องการใช้ทั้งไฟฟ้าและไอน้ำในระบบการผลิตของโรงงาน กำลังการผลิตรวมประมาณ 240 เมกกะวัตต์ และไอน้ำกำลังการผลิตสูงสุดรวมประมาณ 60 ตันต่อชั่วโมง

    เอสเอสยูทีได้ทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติสำหรับโครงการบล็อค 1 และบล็อค 2 กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2555 ระยะเวลาของสัญญาแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ

1) นับตั้งแต่วันลงนามจนถึงวันก่อนวันที่เริ่มใช้ก๊าซเพื่อการค้า และ
2) ระยะเวลาใช้ก๊าซเพื่อการค้าเป็นระยะเวลา 25 ปี นับจากวันที่เริ่มใช้ก๊าซเพื่อการค้า ก๊าซธรรมชาติเป็นต้นทุนหลักที่สำคัญของธุรกิจโรงไฟฟ้า คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 85 ของต้นทุนการผลิต

การวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA)

    กระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าเอสเอสยูทีไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเอสเอสยูทีได้จัดให้มีรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม (EIA) และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับ Emission Load โครงการท่อก๊าซธรรมชาติ และโครงการโรงไฟฟ้าบล็อค 1 และบล็อค 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้โครงการโรงไฟฟ้าไม่มีข้อพิพาททางกฎหมาย หรืออยู่ในกระบวนการดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมใดๆ

การจัดหาวัตถุดิบ – เอทานอล

    ปี 2558 บริษัทย่อยครอบครองที่ดินทั้งหมดประมาณ 6,300 ไร่ อยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ บริษัทได้เตรียมใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงงานและส่วนประกอบอื่นประมาณ 1,500 ไร่ ส่วนที่เหลือประมาณ 4,800 ไร่นั้น ส่วนหนึ่งใช้ในการปลูกมันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบของโรงงานผลิตเอทานอล และได้มีโครงการให้เกษตรกรใช้พื้นที่ของบริษัททำการปลูกมันสำปะหลังเพื่อให้มีการเพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการสร้างความร่วมมือและผูกสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกรกับบริษัท โดยมีการแบ่งผลผลิตให้แก่บริษัทตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน แหล่งวัตถุดิบของบริษัทนอกจากการรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรทั่วไปแล้ว ยังมีแหล่งวัตถุดิบแหล่งอื่นๆ เช่น ผู้ประกอบการลานมัน ผู้ส่งออกมันเส้น และองค์การคลังสินค้า เป็นต้น




 


Copyright © 2009-2017 Eternal Energy Public Company Limited.